“บลิงเคน” ลั่นซ่อมแซมนโยบายต่างประเทศสหรัฐ

นายแอนโทนี บลิงเคน ว่าที่รมว.การต่างประเทศสหรัฐ ขอ “ซ่อมแซมและฟื้นฟู” ภาพลักษณ์และบทบาทของสหรัฐ “ที่เสียหาย” ในสายตาชาวโลกตลอด 4 ปีที่ผ่านมา และยืนยัน “ยังเด็ดขาด” ต่อจีน รัสเซีย และอิหร่าน

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 19 ม.ค. ว่า นายแอนโทนี บลิงเคน ว่าที่รมว.การต่างประเทศสหรัฐ เข้าพบคณะกรรมาธิการด้านวิเทศสัมพันธ์ของวุฒิสภา เมื่อวันจันทร์ ถือเป็นผู้ได้รับการเสนอชื่อเป็นแรกจากรัฐบาลวอชิงตันชุดใหม่ของว่าที่ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ซึ่งเข้าสู่กระบวนการพิจารณาคุณสมบัติจากสภาสูง ที่ถือเป็นขั้นตอนแรกก่อนการยืนยัน ว่าบุคคลนี้สมควรได้รับตำแหน่งนั้นหรือไม่
 
ทั้งนี้ บลิงเคน วัย 58 ปี ซึ่งเคยดำรงตำแหน่ง รมช.การต่างประเทศสหรัฐ ในสมัยรัฐบลของประธานาธิบดีบารัค โอบามา กล่าวว่า หากผ่านการพิจารณา เขาและทีมงานจะ “ซ่อมแซมและฟื้นฟู” ภาพลักษณ์และบทบาทด้านนโยบายต่างประเทศของสหรัฐ “ที่เสียหายตลอดระยะเวลา 4 ปีที่ผ่านมา” เนื่องจาก “ความเป็นผู้นำของสหรัฐสำคัญเสมอบนโลกใบนี้” และการที่ผู้นำสหรัฐคือไบเดน สามารถรักษาและยกระดับการมีส่วนร่วมกับโลกได้ จะช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งจากภายใน ให้กับเสถียรภาพของรัฐบาลวอชิงตันด้วย
 
เกี่ยวกับเกาหลีเหนือ บลิงเคนกล่าวว่า รัฐบาลชุดใหม่จะ “ทบทวน” นโยบายทั้งหมดในเรื่องนี้ แม้จะเพิ่มความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม “ที่จำเป็น” แต่ในเวลาเดียวกัน สหรัฐต้อง “เพิ่มแรงกดดัน” ให้กับรัฐบาลเปียงยาง เมื่อต้องพูดเรื่องนิวเคลียร์ โดยยอมรับว่าการจัดการเรื่องเกาหลีเหนือในยุคโอบามานั้น “ช้าเกินไป”

ขณะเดียวกัน บลิงเคนยืนยันว่า สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐจะยังคงอยู่ที่นครเยรูซาเลมต่อไป และรัฐบาลไบเดนยอมรับนครศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ “คือเมืองหลวง” ของอิสราเอล  และรัฐบาลไบเดนจะขอ “ทบทวน” ข้อตกลงระหว่างสหรัฐกับกลุ่มตาลีบัน ที่ลงนามเมื่อวันที่ 29 ก.พ.ปีที่แล้ว แต่ยืนยันว่าการสกัดกั้นไม่ให้อีกฝ่าย “ฟื้นคืนชีพ” ยังคงเป็นเรื่องสำคัญ
 
นอกจากนี้ รัฐบาลวอชิงตันชุดใหม่จะพิจารณาการที่รัฐบาลชุดที่แล้วขึ้นบัญชีดำกบฏฮูตีเป็นองค์กรก่อการร้าย และการลดความสนับสนุนด้านอาวุธแก่ซาอุดีอาระเบีย เพื่อไม่ให้เยเมนสั่นคลอนไปมากกว่านี้
 
ในประเด็นเกี่ยวกับรัสเซีย จีน และอิหร่าน บลิงเคนยืนยันว่า สหรัฐจะยังคง “เด็ดขาด” กับทั้งสามประเทศ และวิจารณ์ไปถึงตุรกี “ทำตัวไม่เหมาะสม” กับการเป็นพันธมิตรของรัฐบาลวอชิงตันและองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ ( นาโต ) ด้วยการซื้อระบบป้องกันเอส-400 ของรัสเซีย แต่ให้คำมั่นว่ารัฐบาลไบเดนจะต่ออายุข้อตกลงความร่วมมือด้านนิวเคลียร์ “นิว สตาร์ท” กับรัฐบามอสโก ที่กำลังจะครบกำหนดในวันที่ 5 ก.พ.นี้
 
อนึ่ง การเข้าพบคณะกรรมการธิการของบลิงเคนใช้เวลานานถึง 4 ชั่วโมงครึ่ง และหากได้รับการอนุมัติ บลิงเคนจะถือเป็น รมว.การต่างประเทศคนที่ 71 ของสหรัฐ